คอนโด ไม่เกิน 2 ล้าน : เคล็ด(ไม่)ลับ เลือกซื้อคอนโด ยังไง ให้โดนใจ ไม่ผิดหวัง

คอนโด ไม่เกิน 2 ล้าน : เคล็ด(ไม่)ลับ เลือกซื้อคอนโด ยังไง ให้โดนใจ ไม่ผิดหวัง หลายคนก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง เงินก็ไม่ใช่น้อยที่จะต้องเสีย ไหนจะค่าจิปาถะนั่นนี่ที่ต้องจ่าย บางคนแค่ถูกอกถูกใจ เห็นว่าราคาถูก มีโปรโมชันดี ก็วิ่งเข้าคว้าเอาไว้ก่อน พอลากกระเป๋าเข้าไปอยู่จริงแล้วมันไม่เป็นอย่างที่ฝัน วิมานบนดินที่วาดหวังไว้คงล่มสลายหายไปกับตา พร้อมกับการสร้างหนี้ที่อยากจะหลั่งน้ำตาทุกครั้ง เพราะความเจ็บใจ แต่จะโทษใครล่ะ ถ้าไม่ใช่ตัวเราเอง ?

ในวันนี้เราจึงนำวิธีการดีๆ สำหรับมือใหม่ที่อยากซื้อคอนโดไว้ ไม่ว่าจะเพื่อการลงทุน หรืออยู่อาศัยเอง เป็นหลักการง่ายๆ ที่จะช่วยทำให้คุณตัดสินใจ ‘เลือกซื้อคอนโด’ ได้โดนใจ และไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน จะมีอะไรบ้าง ลองไปชมพร้อมๆ กันเลย

‘เลือกซื้อคอนโด’ ที่เหมาะสม
คอนโดสมัยนี้มีให้เลือกมากมายหลากหลายเจ้า อยากได้คอนโดใหม่ หรือ คอนโดมือสอง ก็ต้องตรวจสอบกันให้ดี เพราะมีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกันไป

เลือกซื้อคอนโดใหม่หรือคอนโดมือสองดีกว่ากัน ?

การเลือกซื้อคอนโดใหม่

ถ้าคุณถูกใจ คอนโดใหม่ที่ยังสร้างไม่เสร็จ คุณก็อาจจะต้องใช้วิธี ผ่อนดาวน์คอนโด ที่มีโอกาสต่อรองราคาได้น้อย, ต้องใช้เวลารอกันเป็นปีๆ กว่าจะได้เข้าอยู่ คุณจะไม่ได้เห็นทั้งวิวจริงและห้องจริง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าในอนาคต เราจะยังถูกใจพื้นที่ตรงนั้นอยู่หรือเปล่า, ต้องมานั่งกังวลกับค่าใช้จ่ายที่จะต้องเสียล่วงหน้า แถมบางทียังมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้ห้อง ถึงแม้ว่าเราจะจองหรือดาวน์คอนโดไปก่อนแล้ว แต่การเลือกห้องมือหนึ่ง ก็มีข้อดีตรงที่คุณจะได้ห้องที่สวยถูกใจ สะอาดใหม่เอี่ยม รับรองว่า ไม่มีประวัติ แถมยังมีตัวเลือกของห้องที่หลากหลาย

ในแง่ของการลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่าหรือเก็งกำไร คอนโดสร้างใหม่ จะมีโอกาสที่หาผลตอบแทนในการลงทุนได้มากกว่าคอนโดที่สร้างมานานแล้ว แต่ต้นทุนก็แพงกว่าตามสภาพของคอนโดด้วยเช่นกัน

การเลือกซื้อคอนโดมือสอง

ส่วนใครที่จะ เลือกซื้อคอนโดมือสอง คุณก็ได้เห็นห้องจริง วิวจริง พื้นที่ส่วนกลางจริงแบบไม่ต้องรอให้เสียเวลา ไม่มีความเสี่ยงว่าจะไม่ได้ห้อง เพราะเป็นคอนโดพร้อมอยู่ สามารถย้ายเข้ามาพักอาศัยได้ทันที ด้านราคาของห้องก็ถูกกว่าคอนโดสร้างใหม่ในทำเลเดียวกัน แถมเผลอๆ คุณยังสามารถต่อรองราคาเพิ่มได้อีกด้วย แต่ก็มีเรื่องของอัตราเงินกู้ที่มักจะแพงกว่าคอนโดใหม่ๆ และต้องมีเงินสำรองสำหรับซ่อมแซมหรือตกแต่งห้องด้วย เพราะสภาพของเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ อาจจะไม่ดี หรือมีแบบที่ล้าสมัยมากจนเกินไป

ด้านการลงทุน คอนโดมือสอง จะรู้ความต้องการและผลตอบแทนของตลาดในการเช่าได้ เราสามารถคาดการณ์ผลกำไรว่าจะได้สูง-ต่ำอย่างไร ซึ่งก็เป็นข้อดีสำหรับนักลงทุนที่อยากจะได้ คอนโดมือสอง ไว้สำหรับเก็งกำไรหรือปล่อยให้คนเช่าอยู่

เลือกซื้อคอนโดตามราคาและงบประมาณที่ตั้งไว้

ไม่ว่าจะ เลือกซื้อคอนโดใหม่ หรือคอนโดมือสอง ก็ควรประเมินราคาที่เราสู้ไหวไว้ในใจ แล้วค่อยเฟ้นหาคอนโดที่ใช่ ซึ่งคอนโดมิเนียมในประเทศไทยก็มีหลากหลายราคา ตามระดับของคอนโด ทำเล วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง และชื่อเสียงของดิเวลลอปเปอร์ ยิ่งดีก็ยิ่งแพงเป็นเรื่องธรรมดา ก็แนะนำให้เลือกมาหลายๆ โครงการ ดูทั้งรายละเอียดต่างๆ ข้อเสนอแนะ ส่วนลด แถมอะไรให้มาบ้าง แบบห้องมีให้เลือกกี่แบบ รวมถึงสำรวจส่วนกลางที่ทางโครงการจะให้มา เปรียบเทียบกับราคาต่อตารางเมตรว่า คุ้มค่าหรือไม่ที่จะเลือกซื้อไว้ในครอบครอง

‘เลือกซื้อคอนโด’ ตามชื่อเสียงเจ้าของโครงการ

เหมือนกับการจ้างช่างรับเหมางานก่อสร้าง ช่างดี งานดี ดูแลดี คนจ้างสุขใจ

เพราะฉะนั้นการศึกษาเจ้าของของโครงการก่อนเลือกซื้อคอนโด จึงเป็นสิ่งสำคัญอีกส่วน ถ้าเป็นเจ้าของโครงการที่เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว ก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อได้ไม่น้อย เพราะจะการันตีถึงความมีมาตรฐานในการสร้าง และบ่งบอกถึงบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ มีปัญหาอะไรแล้วสามารถติดต่อได้ ไม่หนี ไม่ทิ้งความรับผิดชอบ ในด้านการลงทุนเอง การเลือกซื้อคอนโดที่มีชื่อเสียง การปล่อยเช่าหรือลงทุนก็มีโอกาสเป็นไปได้ง่าย แต่ก็ต้องดูปัจจัยด้านอื่นๆ ประกอบกันด้วย

เลือกซื้อคอนโดจากทำเลที่โดนใจ

อย่างที่เราบอกกันไปใน พิจารณาตัวเองสักนิด ก่อนคิดจะเลือกซื้อคอนโด ว่า จุดประสงค์ในการเลือกซื้อคอนโดจะเป็นสิ่งกำหนดทำเลที่ตั้งของโครงการที่เราต้องการได้ อยากได้คอนโดใหม่ คอนโดมือสอง อยากได้คอนโดเพื่ออยู่เอง ปล่อยเช่า หรือเก็งกำไร ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้เราเลือกซื้อคอนโดได้ง่ายขึ้น

ถ้าเลือกทำเลเพื่ออยู่อาศัยเอง ก็เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์และความจำเป็นในการใช้ชีวิต บางคนชอบความสงบเงียบ มีรถส่วนตัวขับ อยากได้ห้องขนาดใหญ่หน่อย ก็ลองมองหาทำเลย่านชานเมือง แต่ถ้าใครทำงานในเมือง โดยสาร BTS, MRT หรือแอร์พอร์ตลิงค์เป็นประจำ การ เลือกซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า ก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสำหรับเรา แต่ถ้าซื้อคอนโดเพื่อการลงทุนปล่อยเช่า หรือเก็งกำไร ก็ควรเลือกทำเลในโซนที่ยังมีศักยภาพในการเจริญเติบโต เช่น เป็นคอนโดติดรถไฟฟ้า ติดถนนใหญ่ ใกล้ทางด่วน เป็นต้น ทำเลเหล่านี้เป็นทำเลที่ใครๆ ก็หมายตา ทำให้ได้ผลตอบแทนสูง และปล่อยเช่าได้ง่าย

สภาพแวดล้อมก็มีผลต่อการ ‘เลือกซื้อคอนโด’

ต่อเนื่องจากเรื่องทำเลที่ตั้งของคอนโด สภาพแวดล้อมที่ดีย่อมเป็นคอนโดที่น่าอยู่อาศัย ว่างๆ ก็ลองเดินทางไปเยี่ยมชมบริเวณที่ตั้งโครงการดูสักครั้ง สำรวจว่า พื้นที่บริเวณนั้นเปลี่ยวอันตรายเกินไปหรือไม่ อยู่ใกล้กับห้องสรรพสินค้าใหญ่ๆ หรือใกล้แหล่งชอปปิงบ้างหรือเปล่า เวลาจับจ่าย ซื้อสอยอะไรจะได้สะดวกไม่ต้องขับรถออกไปไกล

นอกจากนั้นก็ดูว่า เป็นแหล่งชุมชนมีโรงเรียน สถานพยาบาล หรืออยู่ใกล้กับออฟฟิศต่างๆ มาก-น้อยแค่ไหน ปัจจัยเหล่านี้ต่างส่งผลทำให้คอนโดเป็นที่ต้องการซื้อ หรือต้องการเช่าทั้งสิ้น ยิ่งถ้ามีสภาพแวดล้อมครบเครื่อง และอุดมสมบูรณ์มากเท่าไร รับรองเลยว่า ขายหมดได้รวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น

‘เลือกซื้อคอนโด’ จำเป็นต้องดูจำนวนยูนิต

เมื่อเจอคอนโดที่ใช่สำหรับแล้ว ส่วนต่อไปใน การเลือกซื้อคอนโด คือจำนวนยูนิต ส่วนมากถ้าเป็นคอนโดมิเนียมหรู แบบ High rise ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ เจ้าของโครงการก็มักจะสร้างให้คุ้ม ทั้งค่าที่ ค่าก่อสร้างที่เสียกันไปก็ไม่ใช่น้อย ทุกเจ้าเลยถอนทุนคืนโดยการทำจำนวนยูนิตมากๆ เข้าไว้ สิ่งที่ตามมาคือความหนาแน่นของการอยู่อาศัย คุณควรถามตัวเองก่อนว่า ถ้ามีคนพลุกพล่านชอบไหม ต้องรู้จักการตรวจดูสิ่งอำนวยความสะดวกว่า มีเพียงพอหรือเปล่า ลิฟต์อีกล่ะ จะใช้งานเพียงพอหรือไม่

ถ้าไม่ชอบความแออัด เราอาจจะเหมาะกับคอนโด Low rise ที่มีจำนวนยูนิตน้อยๆ เน้นความเป็นส่วนตัวมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่คอนโด High rise ทุกที่นะ ที่จะแออัด ต้องลองสอบถาม และดูการวางผังของอาคารว่า ในแต่ละชั้นมีจำนวนยูนิตสูงสุดต่อชั้นเท่าไร ถ้ามีไม่มากจนเกินไปจึงค่อยตัดสินใจเลือกเก็บไว้เป็นตัวเลือกที่จะซื้อ

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในคอนโด ครบครันหรือไม่

จะ เลือกซื้อคอนโดสวยๆ ไปทำไม ถ้าไม่ได้ใช้พื้นที่ส่วนกลาง? ไหนๆ เราก็จะต้องเสียเงินค่าส่วนกลางอยู่แล้ว ก็ควรที่จะเล็งเห็นถึงความสำคัญกับพื้นที่ตรงนี้สักหน่อย ดูว่า ทางคอนโดมีพื้นที่ส่วนกลางอะไรมาให้เราบ้าง ซึ่งหลักๆ จะเป็น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส พื้นที่สีเขียว แต่ถ้าคอนโดมิเนียมหรูก็มักจะมีพื้นที่ส่วนกลางให้มากขึ้น ก็ต้องลองคำนวณดูว่า จะเพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่

รวมถึงการดูกฎระเบียบที่ทางนิติบุคคลตั้งไว้ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะพื้นที่ส่วนกลางเป็นสิ่งที่คนในคอนโดต้องใช้สอยร่วมกัน ความสงบจะมีน้อย ถ้าหากทางโครงการไม่ออกกฎระเบียบที่รัดกุมมากพอ อาจจะทำให้เราเบื่อการลงมาใช้สิทธิ์ตรงนี้ได้ ถ้าต้องมาเจอกับความวุ่นวายที่ควบคุมไม่อยู่

ก่อนเลือกซื้อคอนโด ให้วางแบบห้องไว้ในใจ

คอนโดในสมัยนี้ทำแบบห้องมาให้เลือกหลากหลาย ทั้ง 1 ห้องนอน 2 ห้องนอน หรือจะใหญ่ ไปจนถึงแบบห้อง Duplex ก็มี (ถ้าใครสงสัยว่า ห้อง Duplex ติดตามได้ที่ ‘ห้อง Duplex’ คอนโดแบบ Double Space ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนอยากมีบ้าน) พื้นที่ใช้สอยของห้องในเเต่ละแบบมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ใครที่คิดจะสร้างครอบครัวก็ควรจะเลือกห้องที่มีพื้นที่การใช้สอยที่กว้างไว้หน่อย เผื่อในอนาคตจะมีทายาทตัวน้อยๆ จะได้ไม่คับแคบจนเกินไป

นอกจากนั้นก็ควรดูการวางฟังก์ชันภายในห้องด้วยว่า เหมาะสมและสะดวกสบายสำหรับการอยู่อาศัยด้วยหรือไม่ บางคนอาจจะถือเรื่องฮวงจุ้ยด้วย เชื่อว่าหัวนอน ไม่ควรจะหันไปทางทิศตะวันตก เพราะเป็นทิศอัปมงคล ซึ่งก็ตรงกับความจริงที่เราไม่ควรหันหัวนอนไปในทางทิศตะวันตก เพราะจะโดนแดดแยงตา ซึ่งในการสร้างคอนโด บางเจ้าก็มีเน้นตรงจุดนี้ให้ แต่บางเจ้าก็มุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ เรื่องฮวยจุ้ยอะไรไม่ได้คำนึงถึง ดังนั้น ถ้าใครซีเรียสในเรื่องเหล่านี้ก็ควรจะตรวจสอบกันไว้ จะได้ไม่มาปวดหัวกันทีหลัง

ตำแหน่งห้องในคอนโดดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
เป็นเรื่องที่ทุกคนจะให้ความสนใจ และสงสัยกันมาก เรียกว่าเป็นประเด็นฮอตฮิตของ ‘การเลือกซื้อคอนโด’ เลยก็ว่าได้

อันดับแรกมาดูกันที่เรื่อง วิว ของคอนโด กันก่อน

ยิ่งสูงวิวยิ่งสวย และก็ยิ่งแพงด้วย ถ้าเป็นแบบนี้ คอนโด High rise คือคำตอบสำหรับคุณ รับรองว่า คุณจะได้เห็น วิว ยอดนิยมของชาวคอนโดในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น วิวแม่น้ำ วิวเมือง วิวสวนหย่อม วิวสถานที่ต่างๆ รวมถึงวิวส่วนกลางของทางคอนโด ก็ฮอตฮิตไม่แพ้กัน สำหรับบางคนขอแค่มีวิวให้ชมก็พอใจแล้ว

ดังนั้นเรื่องของ วิว จึงสำคัญมาก เอาจริงๆ สำคัญกว่าเรื่องของทิศที่ตั้งของห้องด้วยซ้ำ เพราะถ้าวิวของเราโดนบล็อกไป ไม่ว่าจะจากตึกสูง หรือเลือกผิดเองก็ตาม เราไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ เพราะฉะนั้นสนใจเรื่องวิวว่า โดนบล็อกวิวหรือไม่ ไว้ก่อนจะดีที่สุด แต่ถ้าใครเลือกซื้อคอนโด Low rise ตึกสูงแค่ไม่กี่ชั้น เรื่องวิวอาจจะเป็นรองไป ก็แนะนำให้กลับไปเน้นในเรื่องของทิศจะดีกว่า

อันดับที่สองจะเป็นเรื่องของ ‘ทิศ’ ของห้อง

เลือกซื้อคอนโดทิศไหนดี ?
ถ้าเป็นคอนโดหรู สูงระฟ้าก็แนะนำให้สนใจวิวไว้ก่อน ทิศค่อยว่ากันทีหลัง แต่ถ้าวิวสวยทุกด้าน ก็หันมามองทิศกันต่อ สำหรับประเทศไทยนั้นจะมีลมมรสุมพัดเข้าทางทิศเหนือและทิศตะวันออก 3-4 เดือน และพัดทางทิศใต้และทิศตะวันตกประมาณ 8 เดือน ถ้าอยากได้ลมดี แต่แดดไม่ร้อนก็ต้องห้องทางทิศใต้ รองลงมาก็คือ ทิศเหนือ แต่ทิศตะวันออกก็เป็นทิศยอดนิยมของคนไทยเหมือนกัน ส่วนทิศตะวันตกเป็นทิศที่ควรเลี่ยงมากที่สุด เพราะว่าจะได้รับความร้อนในช่วงเวลาบ่าย-เย็น ทำให้ห้องร้อนอบอ้าว แต่ตากผ้าดี แป๊บเดียวแห้งสนิทแน่นอน

อันดับสามเป็นคำถามที่พบบ่อยๆ เหมือนกัน นั่นก็คือ เลือกซื้อคอนโด ชั้นไหนดี

ถ้าเป็นในคอนโดสูง ก็ควรเลือกชั้นที่พ้นจากตึกโดยรอบ จะทำให้ได้ทัศนียภาพที่สวยงาม คุ้มค่ากับการลงทุน แต่ถ้าเป็นในคอนโดประเภท Low rise ก็แนะนำให้เลี่ยงการเลือกซื้อคอนโดในชั้นล่างๆ อย่างชั้น 2 เพราะจะมีปัญหาในเรื่องความจอแจของท้องถนนด้านล่าง มีทั้งควัน มีทั้งรถ แถมยังมีปัญหาของยุงและแมลงต่างๆ เข้ามากวนใจเราด้วย ส่วนใครที่ถือเคล็ดเรื่องเลข 13 คอนโดบางแห่งก็ขจัดปัญหานี้ด้วยการทำชั้น 13 ให้กลายเป็นชั้น 12A ซะเลย

และอันดับสุดท้ายจะเป็นเรื่องของ ตำแหน่งของห้อง ในคอนโด

ดูวิว ดูทิศของห้องไปแล้ว เรามาเลือกตำแหน่งห้องที่เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยกันต่อเลย ซึ่งตำแหน่งของห้องในแต่ละชั้นมันก็ข้อดี-ข้อเสีย แตกต่างกันไป

เลือกซื้อห้องของคอนโดที่อยู่ใกล้ลิฟต์

ตำแหน่งใกล้ลิฟต์นี่มีทั้งข้อดีและข้อเสียคือ คุณจะเจอกับความพลุกพล่าน จอแจแน่นอน เพราะใครๆ ก็ต้องเดินมาใช้บริการลิฟต์ บางวันเปิดประตูห้องออกมาจะเจอกับเหล่าเพื่อนบ้านมายืนออ รอลิฟต์กันอยู่บริเวณหน้าประตู เสียงของลิฟต์เองก็อาจจะดังลอดเข้ามาในห้องได้ ถ้าทางโครงการไม่ได่หล่อคอนกรีตรอบช่องลิฟต์มาให้ แต่ข้อดีก็มีคือ เดินออกมาจากห้องปั๊บก็เจอลิฟต์ปุ๊บ ไม่ต้องเดินมาใช้งานลิฟต์กันไกลๆ แต่ทางที่ดีที่สุด ก็ควรจะเลือกห้องในช่วงกลางของโถงทางเดินจะดีกว่า เพื่อลดความจอแจและเดินไปใช้งานลิฟต์ได้สะดวก

เลือกซื้อห้องของคอนโดที่อยู่ใกล้บันได

ถ้าใครกังวลเรื่องความปลอดภัย การเลือกห้องที่ใกล้กับบันไดหนีไฟไว้ก็เป็นทางเลือกที่ดี แต่ถ้าเป็นบันไดหลักที่ใช้สำหรับเดินขึ้นลงได้ ก็อาจจะไม่เหมาะเท่าไร เพราะจะเจอกับเสียงดังและความพลุกพล่าน (แต่อาจจะน้อยกว่าห้องที่ติดกับลิฟต์) ในบางเวลา ยิ่งในชั้นล่างๆ อัตราการใช้งานบันไดก็มีเยอะขึ้น คนที่อยู่อาศัยในคอนโดชั้นล่างๆ มักจะเลี่ยงการใช้ลิฟต์แล้วหันมาใช้บันไดแทน ใครที่ชอบความสงบอาจจะต้องเลือกซื้อห้องของคอนโดในตำแหน่งอื่นๆ แทนห้องที่ติดกับบันได

เลือกซื้อห้องของคอนโดที่อยู่ใกล้ห้องขยะ

ส่วนมากในคอนโดมักจะทำห้องขยะแยกออกมาต่างหาก หรือถ้าไม่ทำก็จะมีการจัดโซนทิ้งขยะไว้ให้มุมใดมุมหนึ่งของอาคาร ถ้าตรวจสอบแล้วว่าห้องขยะปิดได้มิดชิดมันก็ไม่เท่าไร แต่ถ้าห้องขยะเกิดชำรุดเสียหาย หรือเก็บกวาดกันแบบไม่ถูกสุขลักษณะ รับรองเลยว่า ห้องของคุณจะได้รับการทักทายจากมด หนู แมลงสาบ รวมถึงกลิ่นอันไม่พึงประสงค์จากกลิ่นขยะอย่างแน่นอน แถมอัตราการปล่อยเช่าหรือการขายออกจะน้อยลงไปด้วย ทางที่ดีเลี่ยงการเลือกซื้อคอนโดติดกับห้องขยะจะดีที่สุด

เลือกซื้อห้องของคอนโดที่อยู่ใกล้พื้นที่ส่วนกลาง

แต่ละคอนโดจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางไว้ในตำแหน่งที่แตกต่างกันไป ถ้าเป็นคอนโด Low rise อาจจะจัดไว้ให้ที่ชั้นล่าง หรือชั้นดาดฟ้า ซึ่งก็ไม่มีห้องไหนจะได้อยู่ติดกับพื้นที่ส่วนกลาง แต่ถ้าเป็นคอนโดหรู หรือเป็นคอนโด High rise ทางโครงการมักจะวางตำแหน่งไว้ในชั้นกลางๆ เพื่อให้ใช้งานได้สะดวกทั่วถึงทั้งอาคาร ตรงนี้ก็จะมีห้องส่วนหนึ่งที่จะได้อยู่ใกล้กับพื้นที่ส่วนกลางด้วยเหมือนกัน

การเลือกซื้อห้องของคอนโดที่อยู่ใกล้พื้นที่ส่วนกลาง มีข้อดีตรงที่ใช้งานพื้นที่ส่วนกลางได้ง่าย เดินนิดหน่อยก็ถึง แต่ข้อเสียคือความจอแจ ถ้าคอนโดไหนไม่ได้จัดสรรพื้นที่ส่วนกลางกับพื้นที่อยู่อาศัยแยกออกจากกันชัดเจนล่ะก็ วันพักผ่อนของคุณจะเต็มไปด้วยเสียงเล่นน้ำ เสียงรบกวนต่างๆ มากมาย ทางที่ดีก็ลองตรวจเช็คการวางผังอาคารให้ดีๆ ก่อนจะเลือกซื้อห้องที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ส่วนกลาง

เลือกซื้อห้องมุมของคอนโด

ห้องมุมเป็นห้องที่ได้เปรียบในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นขนาดห้องที่กว้างกว่าห้องอื่นๆ ด้านวิวก็อาจจะเป็นคอนโดวิวสวย ทำให้ปล่อยเช่าหรือซื้อไว้เพื่อเก็งกำไรได้ง่าย แต่ราคาก็มักจะสูงกว่าห้องอื่นๆ ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งการเลือกห้องมุมที่ก็จำเป็นต้องดูทิศประกอบ เพื่อให้ได้ห้องที่รับลมและเลี่ยงแดดร้อนในเวลากลางวัน

การตกแต่งห้องของคอนโด
มาถึงส่วนสุดท้ายของ การเลือกซื้อคอนโด กันแล้ว สิ่งสุดท้ายที่ต้องดูก็คือ รูปแบบการตกแต่งห้อง ซึ่งเรื่องนี้มีผลต่องบประมาณในการซื้อคอนโดของคุณด้วยเหมือนกัน การตกแต่งห้องที่ทางคอนโดจะจัดมาให้จะมีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ ดังนี้

ตกแต่งห้องแบบพร้อมอยู่ (Fully Furnished)

การตกแต่งห้องแบบ Fully Furnished คือการตกแต่งห้องที่ทางคอนโดจัดเฟอร์นิเจอร์บางส่วนมาให้ ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ เตียง ตู้ เคาน์เตอร์ครัว โซฟาในห้องรับแขก ชั้นวางทีวี ซึ่งก็ดีตรงที่เราไม่จำเป็นต้องไปนั่งเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ด้วยตัวเองให้เสียเวลา ได้เฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากันกับขนาดห้อง และเสียเงินแบบเบ็ดเสร็จไป จำกัดงบก็ง่ายมากขึ้น

ตกแต่งห้องแบบตามใจฉัน (Fully Fitted)

การตกแต่งห้องแบบ Fully Fitted คือการซื้อห้องของคอนโดแบบห้องเปล่า ไม่มีเฟอร์นิเจอร์มาให้ แต่บางคอนโดจะมีเคาน์เตอร์ครัว หรือมีโปรโมชันบางประการแถมให้กับผู้ซื้อบ้าง ซึ่งก็เหมาะสำหรับผู้ที่จะเลือกซื้อคอนโดมาเพื่อลงทุน ห้องเปล่านี่เป็นรูปแบบของห้องที่คนมีงบประมาณในมืออยู่สักหน่อยจะชื่นชอบ เพราะสามารถตกแต่งห้องเองได้ตามใจฉัน เหมาะกับคนที่มีสไตล์ และมีงบประมาณเพียงพอสำหรับไปเดินเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์เอง โดยไม่เห็นว่าการตกแต่งห้องเป็นเรื่องที่เสียเวลา