สะพานเดชาติวงศ์

ใครเดินทางสัญจรผ่านจังหวัดนครสวรรค์จะต้องสะดุดตากับสะพานประวัติศาสตร์ แลนด์มาร์กโดดเด่นของจังหวัด ซึ่งเป็นเหมือนประตูสู่ภาคเหนือที่สำคัญของเมืองไทย และยังเป็นจุดชมวิวแม่น้ำสองสีที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งอีกด้วย สะพานเดชาชาติวงศ์แห่งนี้ มีลักษณะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ยาว 404.5 เมตร มีทางรถกว้าง 6.50 เมตร ทางเท้าข้างสะพาน 1 เมตร

ทั้งนี้ ชื่อของสะพานมาจากชื่อสกุลของพันตรี หม่อมหลวงกรี เดชาติวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวงในสมัยนั้น โดยกรมทางหลวงได้เริ่มสร้างสะพานแห่งนี้ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2485 สมัยสงครามมหาเอเชียบูรพาเพื่อใช้เป็นเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างภาคกลางและภาคเหนือแทนเส้นทางเรือ และมีพิธีเปิดให้ใช้งานเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2493 โดยพันตรี หม่อมหลวงกรี เดชาติวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวงในสมัยนั้นเป็นประธานเปิดสะพาน ต่อมาในปี พ.ศ. 2512 กรมทางหลวงได้งบประมาณทางหลวงหมายเลข 32 ตอน บางปะอิน-นครสวรรค์ จึงสร้างสะพานขึ้นอีกสะพานหนึ่งคู่กับสะพานเดชาติวงศ์เดิม เรียกว่าสะพานเดชาติวงศ์ 2 เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กคู่ขนานไปกับสะพานเดชาติวงศ์เดิม และเปิดใช้เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2514 ต่อมาได้มีการสร้างสะพานเดชาติวงศ์ 3 ขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 สร้างเสร็จและเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2536 ปัจจุบันสะพานเดชาติวงศ์จะเปิดใช้งานเพียง 2 สะพาน คือ สะพานเดชาติวงศ์ 2 และ 3 ส่วนสะพานเดชาติวงศ์ 1 ทางจังหวัดนครสวรรค์จะเปิดให้รถขนาดเล็กสัญจรผ่านเท่านั้น เนื่องจากเป็นสะพานเก่าแก่ที่มีการใช้งานมายาวนานกว่า 60 ปี. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thai.tourismthailand